เยอร์เก้น คล็อปป์

ชัดแจ๋ว…เปิดคลิป “แลมพ์” เดือดก่อน เทรนต์ ปั่นฟรีคิก

ต่อยอดดราม่าหลังมีการเปิดเผยคลิปการโต้เถียงกันระหว่าง แฟร็งค์ แลมพาร์ด และ เป๊ป ลินเดอร์ส โดยมี เยอร์เก้น คล็อปป์ พยายามห้ามทัพในจังหวะที่ เชลซี เสียฟรีคิกจนถูก อเล็กซานเดอร์ อารโนลด์ ปั่นหายก่อน ลิเวอร์พูล เปิดบ้านถล่ม 5-3

แม้เกมจบไปแล้วแต่ไฮท์ไลท์สำคัญเป็นการไฝว้กันข้างสนามหลัง แลมพ์ ไม่พอใจที่ อังเดร มาร์ริเนอร์ ผู้ตัดสินให้ฟาว์ลจังหวะที่ มาเตโอ โควาซิช สไลด์ใส่ ซาดิโอ มาเน่ ซึ่งจากภาพช้าแข้ง โครเอเชีย โดนบอลก่อนชัดเจน

ในระหว่างที่มีการจัดระเบียบกำแพงก็มีเสียงปะทะคารมอย่างเผ็ดร้อนระหว่าง แลมพาร์ด กับ เป๊ป ลินเดอร์ส จนผู้ตัดสินที่ 4 ต้องพยายามห้ามทัพ

แลมพ์ : “มันฟาว์ลตรงไหน? ไม่เห็นจะฟาว์ลอะไรเลย”

ลินเดอร์ส (ยืนขึ้นเถียงกลับ) : “ปกสกเทาอหกทแืาหกทแหส !!”

แลมพ์ : “มึงนั่งเถอะ”

คล็อปป์ เห็นท่าไม่ดีตั้งแต่แรกเริ่มพยายามผายมือให้สงบสติอารมณ์

“ใจเย็น ใจเย็น”

อย่างไรก็ตาม แลมพ์ ซึ่งตกเป็นฝ่ายเสียผลประโยชน์ก็ไม่มีทีท่าว่าจะเย็นลงก่อนชี้นิ้วไปยัง ลินเดอร์ส ในขณะที่ระบายอารมณ์ใส่ คล็อปป์

“ถ้ามันจะโวยวายใส่กู กูก็ต้องด่ามันกลับดิ่”

จากตรงนี้เองอดีตมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษเดินห่างกลับไปที่เส้นเทคนิคของตัวเองแต่ แลมพ์ ก็ปรี่มาโวยวายต่อโดยเป้าหมายยังเป็น ลินเดอร์ส คนเดิม ซึ่งคล็อปป์ ก็พยายามเบรกคนของตัวเองด้วย

“มันไม่ใช่ลูกฟาว์ลไอ้ควาย กูไม่ได้ถามมึง”

ทันใดนั้น คล็อปป์ ที่พยายามไกล่เกลี่ยก็หมดความอดทนก่อนตะเบ็งสุดเสียง “เฮ้ย!!!” จน แลมพ์ ต้องถอยร่นแต่ก็ยังหันมาโวยวายต่อ

“ได้หมดอ่ะกับพวกมึงทุกตัว”

“มึงคิดว่าเจ๋งแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ ไอ้ควาย”

แต่เมื่อคนขึ้นแล้วมันลงยากก่อนเดินกลับมาใหม่แล้วบอก คล็อปป์ ว่า

“บอกให้ลูกน้องเคารพกันหน่อย”

การแกะคำพูดของสื่อผู้ดีจากคลิปถือว่าครั้งนี้ชัดเจนที่สุดเนื่องจากในสนามไม่มีเสียงแฟนบอลรบกวนแต่หลังจบเกม แลมพาร์ด ยอมรับว่าเขาไม่มีปัญหาส่วนตัวกับ คล็อปป์ เลย

“ผมไม่มีปัญหาอะไรกับ เยอร์เก้น คล็อปป์ เลยนะ เขาทำทีมได้อย่างวิเศษมาก”

“แต่บางคนที่ซุ้มม้านั่ง, มันมีเส้นบางๆระหว่างการที่คุณคว้าแชมป์ซึ่งพวกเขาได้แชมป์ลีก อันนี้ต้องยอมรับต่อสโมสร ลิเวอร์พูล แต่ก็อย่ายโสโอหังจนเกินหน้าเกินตา”

“ในเกมแข่งขันคุณอารณ์ขึ้นได้แหละ แค่นั้นไม่มีไรมาก”

JK สัญญาดาวรุ่งได้เหรียญแชมป์ทุกคน พร้อมทำแจกเองหากพรีเมียร์ไม่ให้

เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ยืนยันว่าเขาจะทำเหรียญแชมป์พรีเมียร์ลีกให้กับลูกทีมทุกคนด้วยตัวเอง ในกรณีที่พรีเมียร์ลีกให้มาไม่พอ

“หงส์แดง” เป็นแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 30 ปี หลังจากทำผลงานยอดเยี่ยมตลอดฤดกาลนี้ และโกยแต้มหนี่างทีมอื่นไม่เห็นฝุ่น

กฎพรีเมียร์ลีกระบุว่าทีมแชมป์จะได้ 40 เหรียญไปแบ่งกันเอง โดยมีกำหนดว่าผู้เล่นที่ลงสนามเกิน 5 นัดขึ้นไปจะได้ชัวร์ๆ

ลิเวอร์พูล มีผู้เล่น 21 คน ที่ลงสนาม 5 นัดขึ้นไป ที่เหลือจะเป็นการแจกจ่ายให้โค้ชและทีมงานที่เหลือที่มีส่วนสำคัญตลอดฤดูกาล

ดาวรุ่งอย่าง นีโก้ วิลเลียมส์, เคอร์ติส โจนส์ และ ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ ต่างก็ลงเล่นไปแค่คนละ 2 นัด ซึ่งยังไม่ผ่านเกณฑ์การันตี รวมถึงผู้รักษาประตูตัวสำรองอย่าง แอนดี้ โลเนอร์แกน และ ควีวีน เคลเลเฮอร์

พูดถึงกฎการลงเล่น 5 นัดเพื่อการันตีเหรียญ คล็อปป์บอกว่า “ผมไม่รู้ว่าใครเป็นคนคิดเรื่องนี้นะ ต่อให้คุณเล่นแค่นัดเดียวคุณก็ควรได้เหรียญ”

“ถ้ามีคนไม่รู้ว่าความเป็นทีมมันมีสำคัญอย่างไรในการคว้าแชมป์ พูดตรงๆผมก็ไม่รู้จะช่วยอธิบายพวกเขาได้ยังไงแล้ว”

“ลง 0 นัดคุณก็ควรได้เหรียญ ถ้าเป็นส่วนหนึ่งของทีมคุณก็ควรได้เหรียญ”

“ถ้าคุณเป็นผู้รักษาประตูมือสองและได้ลงเล่นน้อน คุณก็ควรได้เหรียญเหมือนกัน คุณต้องซ้อมหนักตลอดปี และถ้าไม่ซ้อมในระดับสูงตลอดเวลาคุณก็ไม่มีทางเป็นแชมป์”

“แล้วมีบางคนมาตัดสินว่าคุณต้องลง 5 นัดเพื่อได้เหรียญเนี่ยนะ?”

พูดถึงดาวรุ่ง “เด็กๆพวกนี้จะได้เหรียญ 100 เปอร์เซนต์ ผมจะทำขึ้นมาเองดีไหม? พวกเขามาเอาเหรียญจากผมได้เลย พวกเขาสมควรได้เหรียญและพวกเขาจะได้เหรียญแน่นอน ถ้าไม่ใช่จากพรีเมียร์ลีกก็เป็นจากผมเอง”

JK ซูฮก “ฟีโน่” ยอดแข้งสุดสำคัญของหงส์

เยอร์เก้น คล็อปป์ ออกมายกย่อง โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ว่ามีความสำคัญต่อทีมลิเวอร์พูลอย่างมาก Read More »

JK คุยหลังเกม !!!

 เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล เผยว่าเขากับ แฟรงค์ แลมพาร์ด นายใหญ่เชลซี คุยกันเรื่องเกมพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์นี้ หลังจากต้องต่อเวลาและดวลจุดโทษตัดสินในศึกยูฟ่า ซูเปอร์คัพ

เกมที่อิสตันบูล “หงส์แดง” โดนนำไปก่อนจากลูกยิงของ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ก่อนที่ ซาดิโอ มาเน่ จะยิงตีเสมอจบในเวลา 90 นาที 1-1

ช่วงต่อเวลาพิเศษ มาเน่ มาซัดประตูที่สองของตัวเองช่วยทีมแซง 2-1 แต่เชลซีก็มาได้จุดโทษและเป็น จอร์จินโญ่ ที่ยิงไม่พลาดตีเสมอ 2-2 ต้องไปดวลจุดโทษตัดสิน

ห้าคนแรกของลิเวอร์พูลซัดเข้าไปทั้งหมด ก่อนที่คนสุดท้ายของเชลซีอย่างแทมมี่ อับราฮัม จะแปไปติดเท้า อาเดรียน ที่กลายเป็นฮีโร่เซฟช่วยยักษ์ใหญ่เมอร์ซีย์ไซด์ชนะไป 5-4 คว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 4 มากสุดในอังกฤษ

หลังเกมนักข่าวถามคล็อปป์ว่าลูกทีมของเขาสามารถแตะป้าย ‘This is Anfield’ ได้หรือยังหลังจากคว้าถ้วยรายการยุโรป 2 ใบ

“จริงๆแล้วผมไม่มีเวลาสำหรับเรื่องนั้นนะ เราต้องเล่นอีกครั้งวันเสาร์นี้ เราต้องหาทางที่จะเตรียมตัวให้พร้อม”

“หลังจากจบ 90 นาที คิดว่าตอนใกล้จะสิ้นเสียงนกหวีดนะ แฟรงค์ถามผมว่า ‘คุณเล่นที่ไหนและตอนไหน(สุดสัปดาห์นี้)’ ผมก็ตอบไปว่า ‘วันเสาร์กับเซาธ์แฮมป์ตัน’ ยินดีด้วย วันนี้ไม่มีใครต้องการต่อเวลา พวกเขาเจอเลสเตอร์ในบ้านวันอาทิตย์ แต่พวกเขาก็เพิ่งเล่นมาเมื่อวันอาทิตย์นี่เอง เพราะงั้นมันไม่ได้เปรียบกันเลย เกมหน้าทั้งสองทีมจะเจองานหนัก”

เกี่ยวกับการได้เป็นผู้จัดการทีทชาวเยอรมนีคนแรกที่ได้แชมป์ซูเปอร์คัพ “ผมไม่รู้เลยนะ และไม่เคยคิดเรื่องนี้เลยมาตลอดชีวิต มันเยี่ยมมากเลย มันมีคนแรกและผมมั่นใจว่าตัวเองจะไม่ใช่คนสุดท้าย”

“มีโค้ชเยอรมนีเก่งๆหลายคน ก็เป็นเรื่องดีที่ทำได้ แต่ผมไม่ได้มองตัวเองว่าเป็นเยอรมัน ผมเป็นเยอรมันและก็ดีใจ แต่ผมมองว่าตัวเองเป็นชาวยุโรป และคืนนี้ผมก็รู้สึกแบบนั้นอีกครั้ง”

เกี่ยวกับอาเดรียน นายด่านที่เป็นฮีโร่เซฟจุดโทษ “ผมไม่รู้เลยว่าอาเดรียนอยู่ที่ไหนเมื่อสองสัปดาห์ก่อนตอนที่เราแข่งกับแมน ซิตี้”

“ตอนที่ได้คุยกับเขาครั้งแรกเขาบอกผมว่าซ้อมกับโค้ชผู้รักษาประตูอะไรประมาณนั้น ชัดเจนว่าเขายังต้องการเวลาเพื่อเรียกฟิต แต่เราไม่มีเวลาสำหรับเรื่องนั้น ซึ่งเขาจำเป็นต้องฟิต ซึ่งเขาก็ฟิตพอ!”

“เขาเล่นได้น่าทึ่ง มีจังหวะเซฟสวยๆ ผู้รักษาประตูทั้งสองคนมีจังหวะสวยๆ แต่บางทีพอมันเป็นอาเดรียนคนก็เลยเซอร์ไพรส์เล็กน้อยเพราะการที่เขาไม่มีเวลาเตรียมตัวมากนัก พูดตามตรงเลยผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเล่นเกมสุดท้ายกับเวสต์แฮมตอนไหน แสดงว่านานแล้วและการเตรียมตัวพร้อมอย่างที่เขาทำได้ในวันนี้มันน่าทึ่งมาก”

พูดถึงความสำคัญของถ้วยซูเปอร์คัพ “ผมถามมิลลี่กับเฮนโด้ว่าคนมองถ้วยนี้ยังไง ผมมาอยู่ประเทศนี้ไม่นานพอและไม่เคยเล่นในรายการนี้มาก่อน”

“พวกเขาบอกว่า ‘โอ้ ไม่นะ มันเป็นถ้วยของจริง’ มันอยู่บนผนังที่เมลวู้ด ดีเลย พวกเขาต้องถอดมันอีกครั้ง เพื่อตกแต่งผนังเมลวู้ด เอาตัวเลขอันใหม่ใส่เข้าไป ใส่ 2019 หรือรูปใหม่ อะไรก็ช่าง มันสำคัญมาก”

“อย่างที่บอก ก่อนนี้ผมไม่รู้ว่ามันจะรู้สึกสำคัญแค่ไหน ตอนนี้ผมรู้แล้วและมันยอดเยี่ยมมาก ถ้าผมได้เล่นรายการนี้อีกครั้ง ซึ่งนั่นหมายความว่าเราได้แชมป์อะไรมาก่อน ผมคงมีประสบการณ์กับมันมากกว่านี้”

Scroll to top